Apple Inc.

306.97 USD
(0.22%)

Kasikornbank Public Company Limited

249 THB
(-0.4%)

Microsoft Corporation

495.98 USD
(-0.3%)

PTT Global Chemical Public Company Limited

38.5 THB
(-3.77%)

Bangkok Dusit Medical Services Public Company Limited

19.5 THB
(-0.51%)

High Performance Beverages Company

0 USD
(0%)
Sunday, August 16, 2026

เจาะลึกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการจากผลกระทบ COVID – 19

by สัมมาชีพ
0 comments

เจาะลึกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการจากผลกระทบ COVID – 19

by chayanit khemklad

จากสถานการโรคระบาด ณ ตอนนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO)  ได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น “การระบาดใหญ่” หรือ Pandemic หลังจากเชื้อลุกลามไปใน 118 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อกว่า 121,000 คน ทั้งได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 4,300 คนแล้ว และจัดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

ซึ่งโดยปกติแล้ว โรคระบาดจะมีช่วงเวลาการแพร่เชื้อแล้วจะค่อยๆ ลดปริมาณการแพร่ลงก่อนจะหายไปด้วยตัวเอง แต่ ณ ขณะนี้ โควิด-19 มีความรุนแรงด้านการติดเชื้อมากขึ้น จึงยากจะตอบได้ว่าระยะเวลาในการควบคุมโรคจะยาวไปถึงเมื่อไหร่กันแน่ ซึ่งยิ่งกินระยะเวลานาน ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ธุรกิจสายการบิน การท่องเที่ยวและโรงแรม ที่จะได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยว

จากรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจและการเงินไตรมาสแรกปี 2563 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งจัดทำขึ้นก่อนการระบาดของโควิด-19 พบว่า มีการคาดการณ์รายได้จากทั้ง 4 ภาคธุรกิจทั้งประเทศ คือการค้า การผลิต ภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง และภาคบริการเป็นลบทั้งหมด ในขณะที่ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและอัตราการจ้างงานอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนต้นทุนทางธุรกิจ และข้อจำกัดในการทำธุรกิจมีทิศทางเป็นลบ แต่ในสถานการณ์จริง การมาของไวรัสดังกล่าวสร้างผลกระทบกับภาคบริการมากที่สุด ดังนั้นตัวเลขจริงของการติดลบมีโอกาสที่จะสูงกว่าที่ประเมินไว้ได้ โดยโรคระบาดถือเป็นปัจจัยที่เหนือความคาดหมายและการควบคุมของทุกฝ่าย

รัฐบาลจึงมีมาตรการออกมาเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น SMEs หรือรายใหญ่ และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของประชาชนด้วย

ล่าสุดกรมสรรพากร ก็ได้มีการดำเนินการต่อจากการประชุม ครม. ซึ่งได้ออกมาตรการเยียวยาทางด้านภาษีมาทั้งหมด 6 มาตรการด้วยกัน ดังนี้

  1. ลดอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย จาก 3 % เหลือ 1.5 % เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและบุคคลธรรมดา
  2. ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย SMEs ที่เข้าร่วมมาตราการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล หักรายจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติม 1.5 เท่า
  3. สนับสนุน SMEs จ้างงานต่อเนื่อง มาตรการส่งเสริมการจ้างงานโดยให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายค่าจ้างลูกจ้าง หักลดหย่อนภาษีได้ถึง 3 เท่า
  4. เพิ่มสภาพคล่อง ให้ผู้ส่งออกที่ดี โดยคืน VAT เร็วขึ้นภายใน 15 วัน
  5. เพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุนและตลาดทุน โดยการขยายวงเงินการซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการออม ลดหย่อยภาษีเพิ่ม 2 แสนบาท
  6. สนับสนุนการบริจาคเงินเพื่อลดหย่อยภาษีบริจาคได้ ลดหย่อน, หักรายจ่าย, ยกเว้น VAT

(รายละเอียดฉบับเต็ม 6 มาตรการ เข้าไปดูได้ที่.. https://www.facebook.com/TheRevenueDepartment/posts/3278674298828028)

แม้การระบาดครั้งนี้ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะสามารถใช้เวลานานเพียงใดที่จะควบคุมโรคระบาดให้อยูในภาวะปกติได้  และมีแค่เพียงการคาดการณ์ระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งยังไม่ได้พิจารณาปัจจัยการป้องกันควบคุมโรคและการรักษาได้อย่างสมบูรณ์  แต่เป้าหมายเพื่อลดโอกาสการสัมผัสโรคของประชาชนลงให้ได้มากที่สุด คือ การงดกิจกรรมรวมคน ส่งเสริมการทำงานจากบ้าน งดการเคลื่อนย้ายคนในหน่วยงานที่มีคนจำนวนมาก รวมทั้งป้องกันและควบคุมการเกิดการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ เช่น การระบาดใน โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงงาน หรือในสถานที่ทำงาน เป็นต้น

แน่นอนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำธรุกิจ และผู้ประกอบการที่ต้องหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตามมาตรการเยียวยาและแก้ไขปัญหาช่วยเหลือผู้ประกอบการจากภาครัฐที่ออกมา อาจจะยังไม่ชัดเจนและมีข้อสงสัยจากประชาชน ซึ่งคงต้องมารอดูกันว่ามาตรการที่ออกมาเมื่อมีผลบังคับใช้จะสามารช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาได้อย่างไรบ้าง แต่ในระหว่างนี้ก็ขอให้ทุกคนระวังตัวและปฎิบัติตามคำแนะนำของสาธารณสุขเพื่อป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัด และหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันนี้

อ้างอิง

You may also like